ตั้งราคาห้องพัก High Season อย่างไร
ไม่ให้ขายถูกเกินไป
เผยแพร่ 21 มิถุนายน 2026 · โดย กฤษดา ศิริยามันต์ · อ่านประมาณ 8 นาที
ช่วง High Season ไม่ใช่เวลาตั้งราคาสูงสุดทันที แต่เป็นช่วงที่ต้องมองความเร็วในการจอง ห้องคงเหลือ และจำนวนวันที่ยังเหลือก่อนเข้าพักพร้อมกัน
1. เริ่มจาก Floor rate
คำนวณราคาต่ำสุดที่ยังครอบคลุมต้นทุนห้อง ค่าคอมมิชชัน ภาษี และกำไรขั้นต่ำ จากนั้นห้ามปล่อยโปรโมชันซ้อนจนราคาสุทธิต่ำกว่าจุดนี้
2. ดู Pacing ไม่ใช่ดู Occupancy อย่างเดียว
เปรียบเทียบว่าช่วงวันเดียวกันของปีก่อน ห้องถูกจองเร็วแค่ไหน หากปีนี้จองเร็วกว่า ควรทยอยขึ้นราคาและลดส่วนลดก่อนที่จะเต็มเร็วเกินไป
3. แยกราคาตามความยืดหยุ่น
สร้าง Non-refundable, Flexible และแพ็กเกจที่มีสิทธิประโยชน์ต่างกัน แทนการลดราคาห้องเดียวกันทุกช่องทาง
4. ใช้ Minimum stay เฉพาะวันที่จำเป็น
เงื่อนไขพักขั้นต่ำช่วยป้องกันช่องว่างระหว่างวันได้ แต่ถ้าใช้กว้างเกินไปอาจทำให้ Conversion ลดลง จึงควรติดตามผลหลังตั้งค่า
เช็กลิสต์ก่อนขึ้นราคา
- Availability ในทุก OTA ถูกต้อง
- ราคาสุทธิหลังส่วนลดไม่ต่ำกว่า Floor rate
- ไม่มีโปรโมชั่นซ้อนโดยไม่ตั้งใจ
- ราคา Direct Booking มีเหตุผลให้ลูกค้าเลือก
วิธีที่ Kiralux ใช้จริง
- เริ่มจากข้อมูลใน OTA, PMS หรือรายงานที่เจ้าของที่พักเข้าถึงได้
- ระบุช่วงเวลาและ Baseline ก่อนเปลี่ยนราคา โปรโมชั่น หรือขั้นตอนทำงาน
- ติดตามผลด้วย Revenue, Room Nights, ADR, Occupancy หรือ KPI ที่ตรงกับโจทย์ ไม่สรุปจากยอดจองอย่างเดียว
แนวทางนี้ต้องปรับตามทำเล จำนวนห้อง ฤดูกาล และต้นทุนของแต่ละที่พัก จึงไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์
นำข้อมูลไปใช้ต่อ
เลือกเครื่องมือ ดูหลักฐานจากเคสจริง หรือคุยกับทีมในบริการที่ตรงกับเจตนาของบทความนี้
ความคิดเห็น 0
กำลังโหลดความคิดเห็น…