Revenue Management

ขายห้องให้ถูกจังหวะ
ไม่ใช่แค่ขายให้เต็มเร็วที่สุด

เราใช้ Demand, Pacing, Lead time, ห้องคงเหลือ และราคาคู่แข่งมาช่วยตัดสินใจ เพื่อเพิ่มรายได้ต่อห้องพร้อมรักษาความสามารถในการแข่งขัน

ตัวเลขที่ต้องดูร่วมกัน

ตัวเลขเดียวไม่สามารถบอกสุขภาพรายได้ของโรงแรมได้ทั้งหมด

Occupancyสัดส่วนห้องที่ขายได้
ADRราคาห้องเฉลี่ย
RevPARรายได้ต่อห้องพร้อมขาย
Pacingความเร็วในการจอง
Monthly cycle

สิ่งที่ทีมทำในแต่ละรอบ

Forecast

ประเมิน Demand วันหยุด อีเวนต์ และรูปแบบการจอง

Price

กำหนด Floor rate และช่วงราคาตามห้องคงเหลือ

Distribute

ตรวจราคาและเงื่อนไขในทุกช่องทางขาย

Review

วัดผลและบันทึกสิ่งที่ต้องทดลองรอบถัดไป

Transparent reporting

เจ้าของต้องรู้ว่า “ทำไม” ราคาจึงเปลี่ยน

รายงานจะระบุข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจ สิ่งที่ปรับ และผลที่เกิดขึ้น โดยไม่อ้างว่าทุกการเปลี่ยนแปลงมาจากกลยุทธ์เพียงปัจจัยเดียว

  • เทียบ Budget, Forecast และ Actual
  • แยกช่องทางและต้นทุนค่าคอมมิชชัน
  • ติดตาม ADR, RevPAR และ Net revenue
  • ระบุข้อเสนอแนะสำหรับเจ้าของและทีมปฏิบัติการ
Revenue scope

เปลี่ยนข้อมูลรายได้ให้เป็นแผนที่ทีมทำตามได้

ไม่ดูแค่ ADR แต่เชื่อม Occupancy, RevPAR, Demand และกำไรสุทธิในจังหวะเดียวกัน

เหมาะกับ

โรงแรมที่มีข้อมูลขายย้อนหลังและต้องการปรับราคาให้เหมาะกับฤดูกาล วันหยุด และความเร็วการจอง

ยังไม่เหมาะกับ

ที่พักที่ยังไม่มีข้อมูลห้องว่างหรือรายได้ขั้นต่ำ ควรเริ่มเก็บข้อมูลพื้นฐานก่อน

ทีมทำอะไร

ทำ Forecast, กำหนด Floor rate, ตรวจคู่แข่ง และทบทวนผลพร้อมทีมทุกเดือน

สิ่งที่ได้รับ

  • ตารางราคาและเหตุผลที่ปรับในแต่ละช่วง
  • รายงาน Actual / Budget / Last Year และ Net revenue
  • แผนทดลอง 14 หรือ 28 วันพร้อมเกณฑ์ตัดสินใจ

ระยะเวลาและ KPI

ตั้งต้นจากข้อมูล 3–12 เดือน แล้วติดตาม ADR, Occupancy, RevPAR, Net ADR และ Revenue per available room

ข้อมูลที่ใช้: รายได้ ห้องว่าง จำนวนคืน ราคา OTA/Direct และกิจกรรมในพื้นที่

ตั้งเป้ารายได้รายวัน →

เริ่มจากตรวจว่าราคาปัจจุบันกำลังเสียโอกาสตรงไหน