Dynamic Pricing
เปลี่ยนราคาอย่างมีเหตุผล
เผยแพร่ 22 มิถุนายน 2026 · โดยทีม Kiralux
Dynamic Pricing คือการเปลี่ยนราคาห้องตามความต้องการ จังหวะการจอง และห้องที่เหลือ ไม่ใช่การขึ้นลงราคาแบบสุ่ม เป้าหมายคือรักษาสมดุลระหว่าง Occupancy กับ ADR เพื่อให้ RevPAR และรายได้สุทธิเหมาะสมที่สุด
ข้อมูลขั้นต่ำที่ควรมี
- Floor rate หรือต้นทุนขั้นต่ำที่ยอมรับได้
- ราคาคู่แข่งที่เป็น Competitor Set จริง
- Occupancy และจำนวนห้องที่เหลือในแต่ละวัน
- Pacing เทียบกับสัปดาห์ก่อนหรือปีก่อน
- Lead time, วันหยุด, Event และฤดูกาล
ตัวอย่างกติกาสำหรับโรงแรม 30 ห้อง
สมมติ Base rate วันธรรมดา 900 บาท และวันหยุด 1,100 บาท: เมื่อยอดจองต่ำกว่า Pacing และเหลือไม่ถึง 7 วัน อาจเปิด Last-minute แบบจำกัดห้อง; เมื่อ Occupancy ผ่าน 60% เพิ่ม 100 บาท; ผ่าน 80% เพิ่มอีก 150–250 บาท; หากมี Event และคู่แข่งเริ่มเต็ม ให้ปิดส่วนลดลึกก่อนเพิ่ม Base rate
อย่าปรับเฉพาะราคาหน้าแรก
ตรวจความสัมพันธ์ของ Flexible, Non-refundable, Breakfast, Member และ Mobile rate ด้วย หาก Promotion ซ้อนกันหลายชั้น ราคาสุทธิอาจต่ำกว่าที่ตั้งใจ จึงควรทำตาราง Rate ladder และทดสอบราคาที่ลูกค้าเห็นจริงทุกช่องทาง
ตารางติดตามแบบง่าย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ลดราคาทุกครั้งเมื่อยอดช้า, ขึ้นราคาช้าเกินไปเมื่อห้องใกล้เต็ม, ใช้คู่แข่งผิดกลุ่ม และไม่แยกผลของราคาออกจาก Content หรือ Availability ควรบันทึกเหตุผลทุกครั้งที่เปลี่ยนเพื่อสร้าง Playbook ของโรงแรมเอง
อ่านต่อ: พื้นฐาน Revenue Management และ การตั้งราคา High Season
อยากมี Rate plan ที่ทีมใช้ต่อได้?
เราช่วยวาง Floor rate, Price ladder และรอบตรวจราคาให้เหมาะกับที่พัก